ประเภทของคลาวด์
ตามมาตรฐาน NIST SP 800-145 (อ้างอิง) ได้ทำการแบ่งคลาวด์ออกเป็น 4 ประเภท โดยอิงจากรูปแบบการติดตั้ง (Deployment Model) ได้แก่ Private Cloud, Community Cloud, Public Cloud และ Hybrid Cloud
1. Private Cloud
คลาวด์ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ถูกใช้โดยองค์กรเพียงองค์กรเดียว โดยไม่สนใจว่าคลาวด์ที่ถูกสร้างขึ้นมานี้จะถูกสร้างหรือถูกจัดการโดยใคร ด้วยความที่มีเพียงองค์กรเดียวใช้งาน ทำให้มั่นในได้ว่าข้อมูลองค์กรจะไม่มีการหลุดไปยังองค์กรอื่น อีกทั้งยังใช้ทรัพยากรในคลาวด์ได้อย่างเต็มที่ และถ้าคลาวด์นั้นถูกสร้างโดยผู้ใช้เอง ก็มั่นใจได้ว่าจุดเชื่อมโยงระหว่างคลาวด์และเน็ตเวิร์คองค์กรจะไม่ถูกองค์กรอื่นคุกคาม ส่วนข้อเสียใหญ่ของ Private Cloud คือค่าใช้จ่าย เนื่องจากไม่มีองค์กรอื่นมาแบ่งค่าใช้จ่าย และถ้าคลาวด์นั้นถูกสร้างโดยผู้ใช้เอง ผู้ใช้ก็จะต้องรับผิดชอบค่าฮาร์ดแวร์ของคลาวด์ด้วย
2. Public Cloud
คลาวด์ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ถูกใช้โดยองค์กรใดก็ได้ โดยไม่สนใจว่าคลาวด์ที่ถูกสร้างขึ้นมานี้จะถูกสร้างหรือถูกจัดการโดยใคร ด้วยความที่มีหลายองค์กรใช้งานร่วมกัน หลายองค์กรที่ใช้งานก็ต้องแบ่งค่าใช้จ่ายร่วมกัน ทำให้ค่าใช้จ่ายในการใช้คลาวด์ของแต่ละองค์กรน้อยลง แต่คลาวด์ประเภทนี้จะต้องระวังเรื่องความปลอดภัย เนื่องจากมีการใช้ทรัพยากรร่วมกัน ถ้าคลาวด์ออกแบบมาไม่ดี ก็มีความเป็นไปได้ว่าข้อมูลจะหลุดไปยังองค์กรอื่นผ่านทรัพยากรที่ใช้ร่วมกันนั้น และเพื่อไม่ให้มีองค์กรใดองค์กรหนึ่งใช้ทรัพยากรของคลาวด์มากเกินไปจนองค์กรอื่นไม่สามารถใช้ทรัพยากรคลาวด์ได้ ผู้ให้บริการคลาวด์ก็มักจะแก้ปัญหานี้โดยการตั้งข้อจำกัดการใช้ทรัพยากรเอาไว้ ทำให้องค์กรที่ต้องการใช้ทรัพยากรสูง ไม่สามารถใช้ทรัพยากรได้อย่างที่ตั้งใจหรืออาจต้องเสียค่าใช้จ่ายพิเศษเพิ่มเติมให้กับผู้ให้บริการเพื่อให้ได้ทรัพยากรอย่างที่ตั้งใจเอาไว้
3. Community Cloud
คลาวด์ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ถูกใช้โดยกลุ่มองค์กร โดยไม่สนใจว่าคลาวด์ที่ถูกสร้างขึ้นมานี้จะถูกสร้างหรือถูกจัดการโดยใคร กลุ่มองค์กรที่ใช้คลาวด์ร่วมกันมักจะเป็นองค์กรที่มีวัตถุประสงค์คล้ายคลึงกันหรือเป็นกลุ่มองค์กรที่อยู่ภายใต้องค์กรใหญ่เดียวกัน เช่น คลาวด์ของรัฐบาลที่อนุญาตให้หน่วยงานของรัฐบาลเข้ามาใช้งานได้ แต่ไม่อนุญาตให้เอกชนใช้งาน หรือ คลาวด์ของกลุ่มองค์กรที่มีบริษัทแม่เดียวกัน คลาวด์ประเภทนี้จะมีข้อดีข้อเสียอยู่ระหว่างกลาง Private Cloud และ Public Cloud ค่าใช้จ่ายจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับจำนวนองค์กรที่ใช้คลาวด์ อาจมีข้อจำกัดการใช้ทรัพยากรเหมือน Public Cloud เพื่อไม่ให้องค์กรใดองค์กรหนึ่งแย่งใช้ทรัพยากรมากเกินไปจนองค์กรอื่นในกลุ่มไม่มีทรัพยากรให้ใช้ และหากต้องการ ผู้สร้างคลาวด์อาจจะออกแบบให้คลาวด์สามารถให้องค์กรภายในกลุ่มเข้าถึงข้อมูลองค์กรอื่นภายในกลุ่มได้ง่ายขึ้น
4. Hybrid Cloud
คลาวด์ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ถูกใช้ได้ผสานกัน เช่น Private Cloud ที่ทำงานร่วมกับ Public Cloud ยกตัวอย่างเพิ่มเติม องค์กรมีการรันแอปบน Public Cloud แอปมีการอ่านเขียนไฟล์ข้อมูล แต่องค์กรต้องการแหล่งเก็บข้อมูลไฟล์ที่เป็นส่วนตัวแต่ยังต้องการให้แอปซึ่งอยู่บน Public Cloud เรียกใช้งานได้ จากความต้องการนี้ ผู้ให้บริการคลาวด์อาจสร้าง Private Cloud เพื่อเอาไว้ใช้จัดเก็บข้อมูลขององค์กรโดยที่ยังออกแบบให้ทำงานกับ Public Cloud ได้ คลาวด์ที่ผู้ให้บริการสร้างขึ้นมาผสานกันแบบนี้เองคือ Hybrid Cloud
