ประเภทของเซอร์วิสคลาวด์
บริการคลาวด์ หรือ ภาษาอังกฤษคือคลาวด์เซอร์วิส (Cloud Service) ซึ่งต่อไปจะขอเรียกว่าสั้นๆว่าเซอร์วิส อย่างที่กล่าวไปในการระบุความหมายคลาวด์ เซอร์วิสเป็นช่องทางในการใช้ทรัพยากรบนคลาวด์ เซอร์วิสก็มีมากมายหลากหลาย และเมื่อนำเซอร์วิสเหล่านั้นมาจัดประเภท พบว่าสามารถจัดได้ 3 ประเภท ได้แก่ SaaS, IaaS และ PaaS ข้อมูลบางแหล่งอาจจะมีมากกว่านี้ แต่ที่เห็นตรงกันและเป็นมาตรฐาน (NIST SP 800-145, ISO/IEC 22123-1:2023 ) ก็คือ 3 ตัวนี้ิ ประเภทของเซอร์วิสเหล่านี้ถูกเรียกว่าคลาวด์เซอร์วิสโมเดล (Cloud Service Model)
1. Software as a Service (SaaS)
คลาวด์เซอร์วิสประเภทนี้คือ เซอร์วิสที่เป็นแอปสำเร็จมาให้แล้ว ผู้ใช้คลาวด์ไม่ต้องสร้างแอปเอง อาจต้องมีการตั้งค่าให้เหมาะสมสำหรับการใช้งานแค่นั้น ในกรณีนี้ผู้ใช้บริการคลาวด์แทบไม่ต้องทำอะไรเลย เพราะความรับผิดชอบจะไปอยู่ที่ผู้ให้บริการคลาวด์เกือบทั้งหมด แต่ก็มีข้อเสียเช่นเดียวกัน หากใช้แอปแล้วพบว่ามีความสามารถบางอย่างที่ยังไม่โดนใจ ผู้ใช้บริการคลาวด์ก็จะไม่สามารถรปรับแต่งได้เอง ต้องไปขอความช่วยเหลือจากผู้ให้บริการคลาวด์เพียงเท่านั้น ซึ่งอาจทำตามความต้องการหรือไม่ทำก็ได้
2. IaaS as a Service (IaaS)
คลาวด์เซอร์วิสประเภทนี้คือ เซอร์วิสที่ให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน พูดให้ง่ายกว่านั้นคือการให้บริการฮาร์ดแวร์ เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ ฮาร์ดดิสก์ ระบบเน็ตเวิร์ค เพียงแต่เป็นไปในลักษณะเสมือน (Virtual) เช่น คอมพิวเตอร์เสมือน (Virtual Machine) ฮาร์ดดิสก์เสมือน (Virtual Hard Disk) เน็ตเวิร์คเสมือน (Virtual Network) เป็นต้น ข้อดีของเซอร์วิสแบบนี้คือ ผู้ใช้บริการคลาวด์จะเป็นผู้ควบคุมเกือบทุกอย่างเหมือนการทำงานแบบดั้งเดิม ติดตั้งซอฟต์แวร์ที่ต้องการเองได้ ออกแบบระบบเน็ตเวิร์คที่ต้องการเองได้ สิ่งที่ผู้ใช้บริการคลาวด์ไม่ได้คุมก็คือฮาร์ดแวร์ที่จับต้องได้ ซึ่งส่วนนี้จะอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ให้บริการคลาวด์ ข้อเสียคือ ในแง่ของการพัฒนาแอป เมื่อพัฒนาซอฟต์แวร์เสร็จสิ้น จะต้องเสียเวลาในการออกแบบโครงสร้างพื้นฐานที่แอปจะต้องใช้ต่ออีกทอดหนึ่ง
3. Platform as a Service (PaaS)
คลาวด์เซอร์วิสประเภทนี้คือ เซอร์วิสที่ให้บริการเครื่องมือช่วยในการพัฒนาแอปโดยไม่ต้องสนใจส่วนที่เป็นโครงสร้างพื้นฐาน ลักษณะของเซอร์วิสประเภทนี้ มีความคล้าย IaaS เพียงแต่ผู้ใช้บริการคลาวด์ไม่สามารถควบคุมได้เสร็จสรรพ ยกตัวอย่างเช่น ผู้ใช้บริการคลาวด์ต้องการสร้างแอปของตัวเอง ในการพัฒนาแอปต้องมีการเก็บข้อมูลลงบนดาต้าเบส (Database) ถ้าดาต้าเบสที่ใช้บนคลาวด์เป็น IaaS นั้นหมายความว่า ดาต้าเบสทำงานอยู่คอมพิวเตอร์เสมือน ผู้ใช้บริการคลาวด์สามารถรีโมทเข้าไปดูได้ว่าดาต้าเบสวางอยู่บนไดร์ฟไหน แล้วถ้าเกิดไม่ชอบใจ ก็สามารถย้ายไปยังไดร์ฟที่ต้องการได้ แล้วถ้าดาต้าเบสไม่อยากใช้พอร์ทที่ตั้งเอาไว้ให้ ผู้ใช้บริการคลาวด์ก็สามารถปรับเปลี่ยนได้ ทุกอย่างสามารถปรับเปลี่ยนได้ ในขณะที่ดาต้าเบสเป็น PaaS ผู้ใช้บริการคลาวด์อาจไม่มีทางรู้ได้เลยว่าข้อมูลในดาต้าเบสเก็บอยู่ที่ไหน เพียงแต่รู้ว่าเก็บได้ และอาจจะไม่สามารถปรับเปลี่ยนพอร์ทได้ตามความต้องการ โดยสิ่งเหล่านี้ผู้ให้บริการคลาวด์จะเป็นผู้รับผิดชอบ
ประเภทของคลาวด์เซอร์วิสกับบทบาทในการพัฒนาแอปบนคลาวด์
เมื่อนำเอาคลาวด์เซอร์วิสโมเดลมาเปรียบเทียบกับบทบาทในการพัฒนาแอปบนคลาวด์ จะได้ผลดังตารางข้างล่าง โดย “มาก” หมายถึงบทบาทนั้นจะต้องรับผิดชอบในการใช้เซอร์วิสนั้นมาก ส่วน “น้อย” จะเป็นในความหมายตรงข้าม
———————————————————————-SaaS IaaS PaaS
ผู้แสดงความต้องการแอป น้อย มาก มาก
ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ฝั่งผู้ใช้บริการคลาวด์ น้อย มาก มาก
ผู้ดูแลโครงสร้างพื้นฐานฝั่งผู้ใช้บริการคลาวด์ น้อย มาก น้อย
ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ฝั่งผู้ให้บริการคลาวด์ มาก น้อย น้อย
ผู้ดูแลโครงสร้างพื้นฐานฝั่งผู้ให้บริการคลาวด์ มาก มาก มาก
ประเภทของคลาวด์เซอร์วิสกับโลกแห่งความเป็นจริง
การทำแอปมีหลายภาคส่วน ส่วนฟรอนต์เอนท์ (Front-end) ส่วนแบคเอนท์ (Back-end) ส่วนจัดเก็บข้อมูล ส่วนเน็ตเวิร์ค ส่วนความปลอดภัย และอื่นๆ แต่ละส่วนก็ไม่จำเป็นต้องใช้เซอร์วิสประเภทเดียวกันทั้งหมด ผู้ใช้บริการคลาวด์อาจเลือกใช้ส่วนฟรอนต์เอนท์เป้น IaaS และอาจใช้ส่วนแบคเอนท์เป็น PaaS และถึงแม้จะเป็นประเภทเซอร์วิสที่แตกต่างกัน แต่ผู้ให้บริการคลาวด์หลายเจ้าก็มักจะมีช่องทางให้เซอร์วิสคนละประเภทสามารถเชื่อมต่อกันได้อย่างไม่มีปัญหา ฉะนั้นการเลือกใช้เซอร์วิสประเภทใดกับส่วนไหน ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะเชื่อมต่อถึงกันไม่ได้
